ผู้เขียน หัวข้อ: ขาย สามเกลอ พล นิกร กิมหงวน e-book  (Read 39 times)

tewarumpa

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด
สามเกลอ พล นิกร กิมหงวน นิยายตลกอมตะ ที่ยังคงความสนุกสนานไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมพบกับทุกท่านได้แล้ว

ที่ แอพลิเคชั่น MEB ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง app store และ play store

ราคาเพียงเล่มละ 35 บาทเท่านั้น และ 99 บาท สำหรับตอนยาว

 
 พล นิกร กิมหงวน หมัดเด็ด
 ป.อินทรปาลิต
 www.mebmarket.com
 ภายหลังจากสามเกลอได้ลาออกจากราชการทหารเนื่องจากสงครามอินโดจีนพักรบแล้ว ทั้ง พล นิกร กิมหงวน ก็ยังคงวนเวียนอยู่ที่ศรีราชาเพื่อพักผ่อนจนกระทั่ง ทั้ง พล นิกร และกิมหงวน ได้บังเอิญพบกับ สมาน ดิลกวิลาศ ซึ่งจะขึ้นชกมวยกับแบ็ตตาลิ่งกรุ๊บ ที่งานฉลองเครื่องบินทะเล ทำให้ นิกร และ กิมหงวน อยากจะร่วมขึ้นชกในงานนี้ด้วย แม้พลจะไม่ได้ขอขึ้นชก แต่ว่าแบ็ตตาลิ่งกรุ๊บกลับมีปัญหากับเรื่องน้ำหนักของสมาน ทำให้พลตัดสินใจเป็นคู่ชกแบ็ตตาลิ่งกรุ๊บแทนสมานและด้วยชื่อเสียงของสามเกลอที่เป็นจอมเวหาจากสงครามอินโดจีนนี้เอง ทำให้ประชาชนต่างตั้งตารอดูการชกมวยของสามเกลอ ซึ่งต้องสนุกแน่นอน
 



 
 พล นิกร กิมหงวน สงครามอินโดจีน 1
 ป.อินทรปาลิต
 www.mebmarket.com
 ในปี พ.ศ. 2483 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศฝรั่งเศสได้พ่ายแพ้สงครามให้กับนาซีเยอรมัน อันเป็นช่องให้ไทยได้มีโอกาสทวงดินแดนที่เคยสูญเสียไปกว่า 400,000 ตารางกิโลเมตรให้กับฝรั่งเศส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกือบเท่ากับไทยในปัจจุบัน กลับคืนมาจากเมื่อครั้งเหตุการณ์ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ซึ่งเราเรียกเหตุการณ์ต่อจากนี้ว่า สงครามอินโดจีน (Franco-Thai War)แม้ในความเป็นจริงไทยจะได้ดินแดนคืนมาเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ คือ 5 ปี 4 เดือน 1 วัน เนื่องจากผลลัพธ์ของสงครามคือฝ่ายอักษะด้านเอเชีย ญี่ปุ่นและไทยแพ้สงคราม แต่เรื่องราวของสงครามอินโดจีนนี้ก็ยังคงเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจดจำ ไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไรกับมันก็ตามกลับมาที่สามเกลอและท่านเจ้าคุณปัจจนึกพินาศ ของเราบ้าง ซึ่งทั้ง 4 คนนี้ก็ได้โลดแล่นบนเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นเดียวกัน จากการประพันธ์ของ ป. อินทรปาลิต ซึ่งชุด สงครามอินโดจีน นี้คือตอนที่ยาวที่สุดของสามเกลอ และมักเป็น 1 ใน 5 ตอนที่ดีที่สุดของสามเกลอในใจผู้อ่านหลาย ๆ ท่านสามเกลอ และเจ้าคุณปัจจนึกฯ ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับสงครามอินโดจีนเมื่อ นายอี๊ด ศิริสวัสดิ์ น้องชายของเจ้าคุณปัจจนึกฯ ได้มีจดหมายมาถึงท่านเจ้าคุณว่าตนติดอยู่ในเวียงจันทน์ (พื้นที่อินโดจีน) มิอาจข้ามกลับไปยังฝั่งไทยได้ จึงขอให้ท่านเจ้าคุณช่วยเหลือ ด้วยเหตุนี้เจ้าคุณปัจจนึกฯ พร้อมด้วยพล นิกร และกิมหงวน จึงออกเดินทางไปช่วยเหลือนายอี๊ด และแฝงตนเข้าจารกรรมอินโดจีน เพื่อหวังเป็นประโยชน์ต่อกองทัพไทยในยามสงครามนี้ด้วย จากจุดเริ่มต้นนี้เองจะนำพาให้สามเกลอได้มาเป็นนายทหารและนำเรื่องราวบนสมรภูมิมาให้ผู้อ่านได้บันเทิงกันสามเกลอสงครามอินโดจีน 1 นี้ประกอบด้วย 3 เรื่อง คือ- ไปรบเวียงจันทน์ (ไปเวียงจันทน์)- บุกฝั่งโขง (สงครามชิงแดน ซึ่งเพิ่มเติมเนื้อหาที่ตกหล่นไปจากเล่มกระดาษแล้ว)- ทหารสามเกลอ (ถิ่นไทยแดนไทย)
 



 
 พล นิกร กิมหงวน ล่ามังกร
 ป.อินทรปาลิต
 www.mebmarket.com
 ณ จักรวาลสามเกลอ ปี พ.ศ. 2483 หนังสือพิมพ์ ข่าวรายวัน ได้ลงข่าวเรื่อง เรือรบไทย พบ มังกรยักษ์ ในอ่าวไทย จำเป็นต้องใช้ปืน ปตอ. ต่อสู้ และล่าถอยมา จากข่าวนี้เอง ทำให้พล และนิกร สนใจในเรื่องนี้มาก กระทั่งสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมจนพบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริงเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว พล และนิกร จึงได้ชักชวนกิมหงวน และท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ เพื่อออกเสาะหาเจ้ามังกรยักษ์ตัวนี้ เพื่อไล่ล่าและหวังจะประหารมันเพื่อเอาตัวของมันกลับมายังกรุงเทพฯ พร้อมกับถ่ายทำภาพยนตร์ระหว่างตามล่าไว้ด้วย ซึ่งเพียงแค่สองอย่างนี้ก็จะทำกำไรให้พวกเขาอย่างงดงามนี่คือการผจญภัยตอนยาวอีกครั้งของ พล นิกร กิมหงวน และท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ ในสามเกลอ ตอน ล่ามังกร ซึ่งจะมีตอนต่อไปอีก 2 ตอน คือ สามเกลอจนมุม (ดาบปราบสลัด) และ ไอ้เล็บเหล็ก (ทะเลบ้า) เป็นตอนจบ
 



 
 พล นิกร กิมหงวน เที่ยวลพบุรี
 ป.อินทรปาลิต
 www.mebmarket.com
 ปี พ.ศ. 2483 ถือเป็นช่วงพัฒนาของลพบุรี ตามแนวทางของจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยเฉพาะในด้านการทหาร รวมถึงการเปิดตัวของ สวนสัตว์ลพบุรี ซึ่งนำพาชาวพระนครไปเที่ยวกันด้วยเหตุนี้เอง เจ้าคุณปัจจนึกฯ จึงได้ชวนสามเกลอไปเที่ยวลพบุรี ซึ่งตลกตามท้องเรื่องได้อย่างไม่ต้องสงสัย รวมถึงการพาผู้อ่านร่วมย้อนเวลาท่องจังหวัดลพบุรีเพื่อร่วมสนุกไปด้วยกันบนถนนประชาธิปัตย์ (พหลโยธินในปัจจุบัน)
 



 
 พล นิกร กิมหงวน วันรับเสด็จ
 ป.อินทรปาลิต
 www.mebmarket.com
 ป. อินทรปาลิต นั้นเคยเขียนสามเกลอให้อยู่ในเหตุการณ์นิวัตพระนครของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสองครั้ง คือ ครั้งปี พ.ศ. 2493 และปี พ.ศ. 2494 (ซึ่งเป็นการนิวัติโดยถาวร)โดย ป.อินทรปาลิต ได้เลือกให้ลุงเชยเป็นตัวละครเอกในการเดินเรื่องทั้งสองครั้ง ซึ่งการนำเสนอตัวละครอย่างลุงเชยนั้นเปรียบเสมือนมุมมองของคนชนบทที่มีต่อพระเจ้าอยู่หัว และในครั้งปี พ.ศ. 2494 ที่ประเทศมีความขัดแย้งในการปกครอง จึงมีผู้คนมากมายรอการนิวัตของพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้พระองค์ทรงคลี่คลายปัญหา และประชาชนจะได้มั่นใจว่าพระองค์จะต้องไม่จากประชาชนไปไหนอีกการบอกเล่าผ่านตัวละครผู้ใหญ่อย่างลุงเชย, เจ้าคุณปัจจนึกฯ หรือเจ้าสัวกิมไซ เป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนคาดหวังกับพระองค์เพียงใด ซึ่งแม้ในเวลานั้นพระองค์จะยังไม่มีพระราชกรณียกิจใด ๆ เลยก็ตาม เมื่อถึงวันนี้สำหรับคนรุ่นเก่าก็คงจะได้เห็นแล้วว่าพระองค์ไม่ได้ทำให้ประชาชนผิดหวังเลยตลอดระยะเวลาการครองราชย์ ในขณะที่คนรุ่นใหม่หากจะมองย้อนกลับไปถึงพระองค์อย่างสามัญชนที่ต้องแบกรับความคาดหวังไว้จากประชาชนอย่างมหาศาลนับแต่วินาทีแรกที่เริ่มต้นในการทำงานนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย แต่พระองค์ก็สามารถกระทำได้และพล นิกร กิมหงวน ในตอนวันรับเสด็จนี้คงเป็นเรื่องราวส่วนหนึ่งที่บอกผ่านตัวอักษรว่าคนไทยเราต้องการพระองค์เพียงใดในเวลานั้น